newsNational Team

แง้มสถิติฟุตซอลไทย VS ญี่ปุ่น ก่อนเปิดศึกอุ่นเครื่อง 2 แมตซ์ใหญ่

ประเดิมปี 2019 แฟนโต๊ะเล็กชาวไทยก็จะได้ชมและเชียร์แข้งฟุตซอลทีมชาติชุดใหญ่ลงวาดลวดลายกันอีกครั้งกับเกมอุ่นเครื่องนัดยิ่งใหญ่สะสมคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้งที่จะปะทะกับสองทีมชั้นนำเอเชียอย่างญี่ปุ่นและคูเวต .

โดยทีมแรกที่จะเดินทางมาเยือนไทยก่อนก็คือ “โต๊ะเล็กบลูซามูไร” ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งจะลงสนามฟาดแข้งกับโต๊ะเล็กไทยด้วยกัน 2 แมตซ์ คือวันที่ 1 ก.พ.62 เวลา 19.00 น. และวันที่ 3 ก.พ.62เวลา 16.00 น.ที่สนามบางกอก อารีน่า งานนี้เปิดให้แฟนๆเข้าชมฟรี
 จะว่าไปแล้วฟุตซอลไทยกับญี่ปุ่น ถือเป็นคู่กัดในระดับเอเชียที่มักจะเจอกันบ่อยครั้ง และขับเคี่ยวกันมาอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้ว่าความสำเร็จจะต่างกันก็ตาม โดยญี่ปุ่นสามารถครองแชมป์เอเชียมาแล้วถึง 3 สมัยในปี 2006/2012/2014 ส่วนไทยได้สัมผัสเพียงรองแชมป์ 2สมัยเท่านั้นคือปี 2008/2012 
 กระนั้นก็ต้องบอกว่า “โต๊ะเล็กช้างศึก” ภายใต้การบริหารงานของ “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบญจศิริวรรณ ก็สามารถที่จะปลุกปั้นทีมฟุตซอลไทยก้าวไปลุยศึกชิงแชมป์โลกได้ก่อนญี่ปุ่น นั่นคือปี 2000 ที่ประเทศกัวเตมาลา ซึ่งในรายการชิงแชมป์เอเชีย ที่จะคัดเลือก 3 ทีมเอเชียไปชิงแชมป์โลก แข้งไทยต้องชิงตั๋วใบสุดท้ายกับญี่ปุ่นในการชิงอันดับ 3 ผลปรากฏว่าฟุตซอลไทยเอาชนะญี่ปุ่นไป  8-6 ได้ไปลุยฟุตซอลโลกสมัยแรกอย่างยิ่งใหญ่
 แต่ญี่ปุ่นก็ถือว่าพัฒนาได้อย่างน่ากลัว ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่การเป็นเบอร์ 2 ของเอเชียในปัจจุบันมี 1,366 คะแนน  ขณะที่ทีมไทยก็ยังเป็นเบอร์ 3 เอเชียมี 1,317 คะแนน เรียกว่าไล่บี้กันมาแบบหายใจรดต้นคอ
 ซึ่งก่อนที่ไทยกับญี่ปุ่นจะปะทะแข้งอีกครั้งในแมตซ์อุ่นเครื่อง ก็ขอพลิกสถิติย้อนกลับไปที่คู่นี้เจอกันมา ถือว่าแข้งซามูไรทำได้ดีกว่า โดยเจอกันมาในเกมอย่างเป็นทางการ 19 นัด เป็นญี่ปุ่นที่ชนะไปได้ 11 เกม ส่วนไทยเอาชนะได้ 5 เกม และเสมอกัน 3 เกม โดยที่ไทยยิงได้ 48 ประตู ส่วนญี่ปุ่นอัดไทยมาถึง 63 ประตู
 โดยสถิติทีมฟุตซอลไทยปะทะกับญี่ปุ่นที่ผ่านมาทั้ง 19 แมตซ์ ประกอบด้วย
นัดที่ 1  - 3 พ.ค. 1992 - คัดฟุตซอลโลกที่จีน - ญี่ปุ่น ชนะไทย 5-4
นัดที่ 2  - 12 พ.ค.2000 - ชิงแชมป์เอเชีย ชิงที่ 3 ที่ประเทศไทย- ไทย ชนะ ญี่ปุ่น 8-6 (ไทยได้ไปฟุตซอลชิงแชมป์โลกสมัยแรกที่กัวเตมาลา)
นัดที่ 3  -  29 ต.ค.2002 - ชิงแชมป์เอเชีย รอบรอง ที่อินโดฯ-  ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 3-0
นัดที่ 4  - 8 มิ.ย.2003 - เคแอล เวิลด์ไฟว์ ที่มาเลเซีย -ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 4-3
นัดที่ 5  -  4 ส.ค.2003 - ชิงแชมป์เอเชีย รอบรอง ที่อิหร่าน – ญี่ปุ่น ชนะต่อเวลาไทย 3-2 (เสมอในเวลาปกติ 2-2)
นัดที่ 6  -  21 พ.ย.2003 - ไทยแลนด์ไฟว์  - ไทย เสมอ ญี่ปุ่น 0-0
นัดที่ 7  - 31 พ.ค.2005  - ชิงแชมป์เอเชีย รอบแบ่งกลุ่ม รอบสองที่เวียดนาม – ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 4-2
นัดที่ 8  - 12 ก.พ.2006  - ทัวร์นาเม้นท์พิเศษที่มาเก๊า – ญี่ปุ่น ชนะ 1-0
นัดที่ 9  - 17 พ.ค.2007 – ชิงแชมป์เอเชีย รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ญี่ปุ่น – ญี่ปุ่น ชนะไทย  9-6
นัดที่ 10  - 1 พ.ย.2007  - เอเชียนอินดอร์เกมส์ รอบ 8 ทีมที่มาเก๊า – ไทย ชนะญี่ปุ่น 2-1
นัดที่ 11  -  6 ก.ย.2008 – ไทแลนด์ไฟว์ – ไทย ชนะ ญี่ปุ่น 3-2
นัดที่ 12  - 29 ต.ค.2009  -เอเชียนอินดอร์เกมส์ รอบแบ่งกลุ่มที่เวียดนาม – ไทย ชนะ ญี่ปุ่น 4-2
นัดที่ 13  - 11 ธ.ค.2010 – อุ่นเครื่องที่ไทย – ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 4-3
นัดที่ 14  - 12 ธ.ค.2010  -อุ่นเครื่องที่ไทย – ไทย ชนะ ญี่ปุ่น 2-0
  นัดที่ 15  - 1 มิ.ย.2012 – ชิงแชมป์เอเชีย รอบชิง ที่ยูเออี – ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 6-1
นัดที่ 16  - 19 พ.ย.2013  - ทัวร์นาเม้นท์พิเศษที่เวียดนาม –  ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 3-0
นัดที่ 17  - 7 พ.ค.2014  -ชิงแชมป์เอเชีย รอบ 8 ทีมที่เวียดนาม – ญี่ปุ่นชนะไทย 3-2
นัดที่ 18  - 20 ส.ค.2016 – ไทยแลนด์ไฟว์ – ไทย เสมอ ญี่ปุ่น 2-2
นัดที่ 19  - 21 ก.ย.2017 – เอเชียนอินดอร์เกมส์ รอบแบ่งกลุ่มที่เติร์กเมนิสถาน – ญี่ปุ่น ชนะไทย 6-4
แม้ว่าสถิติไทยจะดูเป็นรอง แต่การเจอกันครั้งใด ก็สู้กันสนุก ซึ่งเกมอุ่นเครื่องใน 2 แมตซ์นี้ก็จะเป็นอีกครั้งที่ทีมไทยภายใต้การคุมทัพของ “ปูลปิส” โฆเซ่ มาเรีย เมนเดส ได้เรียกขุนพลเข้าฝึกซ้อมกันแต่เนิ่นๆ ระดมเอานักเตะชุดหลักกลับมารวมตัวกันแบบฟูลทีมถึง 21 คน ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : คณิศร ภู่พันธ์,คฑาวุธ หาญคำภา,ไกรมาตร ศรีละพันธ์,นัทธพงศ์ หยีมะเหรบ / กองหลัง : ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง,รณชัย จูงวงษ์สุข,อำพล ศรีระแก้ว
ริมเส้น : วรุฒ หวังสะมาแอล,นาวิน รัตนวงษ์สวัสดิ์,พรมงคล ศรีทรัพย์แสง,จิรวัฒน์ สอนวิเชียร,อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ,จิรสิน กิ้มเส้ง,สุทธิพร กลัดเจริญ,กฤษดา วงษ์แก้ว ,อลงกรณ์ จันทร์พร ,ธนากร ใจเวช / หน้าเป้า : มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ,พีระพัฒน์ แก้ววิลัย,อนันตชัย ปราบวงษา,สราวุธ ผลาพฤกษ์  
 ขณะที่ทัพโต๊ะเล็กซามูไร บรูโน่ การ์เซีย เฮดโค้ชชาวสเปนก็ไม่น้อยหน้า เรียกขุนพลที่ดีที่สุดเดินทางมาเยือนไทยรวม 16 รายคือ ฮีกอร์ ปีเรส (GK), โชโก ฮิยามะ (GK),ฮิเดคาซุ ชิรากาตะ,เรียวทาโร่ ชิรากาตะ ,อาคิระ มินาโมโต้ ,โทโมกิ โยชิกาวา ,ราฟาเอล เฮนมิ ,มานาบุ ทาคิตะ ,คาโอรุ โมริโอกะ ,นิบูยะ คาซูชิโร่,ฮาชิโมโต้ มาซายะ ,ฮิราตะ มัสซาโนริ ,มินามิ คาโต้,กาคุ มิยาซากิ,เคตะ อิโต้  และ ชิมิซุ คาซุยะ 
 โดยตัวที่ต้องจับตามองก็คือ ซูเปอร์สตาร์อย่าง ราฟาเอล เฮนมิ ที่ค้าแข้งกับสโมสรฟุตซอลเบนฟิก้า พร้อมแข้งเก๋าอย่าง คาโอรุ โมริโอกะ และดาวรุ่ง ชิมิซุ คาซุยะ จาก เอลโปโซ่ มูเซีย ในลีกดิวิชั่น 1 ของสเปน
 จึงถือว่าได้ว่าเกมอุ่นแข้งของฟุตซอลไทยและญี่ปุ่นครั้งนี้ ต่างไม่ยอมกันแน่นอน ด้วยมีคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้งมาเป็นเดิมพันด้วยแล้วจึงต้องไส่กันเต็มที่แน่นอน จึงเป็นโอกาสดีของแฟนโต๊ะเล็กชาวไทยที่จะได้ชมเกมมันๆกันอีกครั้ง ก็อย่าลืม 1 ก.พ. กับ 3 ก.พ.นี้ไปเชียร์และให้กำลังใจทีมฟุตซอลไทยกันมากๆ รับประกันว่าศึกนี้ไฟแลบแน่นอน

Related News

Facebook Comment