newsOther

ประชุมเข้ม 6 สโมสร ก่อนเปิดลีกฟุตบอลชายหาด วันที่ 1 ส.ค.นี้ "โค้ชเอก" เศรษกรชัย หวังเห็นการพัฒนาของนักเตะ และ โชว์ฟอร์มออกมาเต็มที่ เพื่อโอกาสเฟ้นตัวแทนเข้าสู่ทีมชาติ ไทย ในการป้องกันแชมป์อาเซียน และ คัดเลือกไป ชิงแชมป์โลก ต้นปีหน้า

.

 
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการประชุม การปฎิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมด้านการกีฬา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของการแข่งขัน "THAILAND BEACH SOCCER LEAGUE 2020" หรือ ฟุตบอลหาด ไทยแลนด์ลีก ประจำปี 2563 โดยมี นายเศรษกรชัย ชื่นตา เลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน, นายอัษฎางค์ เถิ่งเฟื่อง และ นายมรกต พิพัฒน์ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน
พร้อมตัวแทนทั้ง 6 สโมสร ได้แก่ บีคิว โอกาเนะ (แชมป์เก่า), ฟีนิกซ์ อิน มาย เพรส (รองแชมป์เก่า), ประตูน้ำ บีเอสบี, โอนลี่ ลอฟท์ แอนด์ วินเทจ สไตล์, เกษมบัณฑิต เอฟซี, ปากเกร็ด ซิตี้ ดี สปอร์ต ร่วมประชุมกันพร้อมหน้า
โดย นายเศรษกรชัย ชื่นตา ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ได้เผยถึงรายละเอียดในปีนี้ ว่า "ฟุตบอลชายหาด ไทยแลนด์ลีก ฤดูกาล 2020 จะเตะกันระหว่างวันที่ 1 ส.ค. - 30 ส.ค. ยังคงใช้การแข่งขันแบบสนามกลาง และ จะปิดห้ามแฟนบอลเข้าชมการแข่งขัน ตามคู่มือของศบค. โดยยังคงใช้สนามทราย ข้างอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก เป็นสนามแข่งขัน ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย"
ระบบผลการแข่งขัน ก็เป็นแบบสากลเช่นเดิม ทีมชนะในเวลาได้ 3 คะแนน ชนะช่วงต่อเวลาได้ 2 คะแนน ชนะจุดโทษได้ 1 คะแนน ทีมแพ้ไม่ได้คะแนน
ส่วนเงินรางวัลในปีนี้ แชมป์รับเงินรางวัล 1.2 แสนบาท รองแชมป์รับเงินรางวัล 7 หมื่นบาท และ อันดับ 3 รับเงินรางวัล 4 หมื่นบาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม, ดาวซัลโว และ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ที่จะได้รับโล่ห์เกียรติยศ
โดย "โค้ชเอก" เศรษฐกรชัย ชื่นตา ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย ยังเผยอีกว่า "ในปีนี้ อยากจะเห็นนักกีฬาทุกคน มุ่งมั่นโชว์ผลงาน รักษาระเบียบวินัย เพื่อยกระดับลีกในบ้านเราให้แข็งแกร่งขึ้น รวมถึง ใครมีผลงานดี ก็มีโอกาสได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติ ที่จะไปป้องกันแชมป์อาเซียน ช่วงปลายปีนี้ และ ชิงแชมป์เอเชีย คัดเลือกไป ฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์โลก ช่วงต้นปีหน้าด้วย"
ส่วนแนวทางปฎิบัติ ในการเข้าร่วมการแข่งขันแบบสนามกลาง หลัก ๆ มีดังนี้
- จะต้องลงทะเบียนเข้าออก ผ่านแพลตฟอร์ม "ไทยชนะ" ของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือ ตามที่ราชการกำหนด
- จำกัดจำนวนผู้ที่สามารถเข้าไปภายในบริเวณสถานที่จัดการแข่งขัน ได้ไม่เกิน 114 คน ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 นักกีฬา, ทีมงานผู้ฝึกสอน, ผู้แทนสมาคมฯ หรือ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน
นักกีฬาของทั้ง 2 ทีม จำนวน 36 คน (ทีมละ 18 คน) ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช เจ้าหน้าที่ทีม หัวหน้าผู้ฝึกสอน จำนวน 10 คน (ทีมละ 5 คน) ผู้แทนสมาคมฯ หรือ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ คณะผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน, ผู้ประเมินผู้ตัดสินจำนวน 6 คน
กลุ่มที่ 2 ภายใน และ โดยรอบสนามแข่งขัน
ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ได้แก่ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน พนักงานทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ดูแลสนามแข่งขัน เจ้าหน้าที่เทคนิคกีฬา บุคลากรที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการแข่งขันอื่น ๆ โดยมีฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดจำนวน 26 คน บุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดไม่เกินจำนวน 4 คน บุคลากรด้านการแพทย์ทั้งหมด ไม่เกินจำนวน 18 คน
กลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่ด้านการถ่ายทอดสด และ สื่ออื่น ๆ
บุคลากรด้านการถ่ายทอดโทรทัศน์ และ ถ่ายทอดสดผ่านสื่ออื่น ๆ ทีมงานวีดีทัศน์ ไม่เกินจำนวน 10 คน สื่อมวลชนสำนักข่าวต่าง ๆ ไม่เกินจำนวน 8 คน
ขณะที่โปรแกรมนัดเปิดสนาม 1 ส.ค. มีดังนี้
คู่แรก เวลา 15.30 น. บิคิว โอกาเนะ พบ ประตูน้ำ บีเอสบี
คู่ที่ 2 เวลา 16.30 น. ฟีนิกซ์ อิน มาย เพรส พบ โอนลี่ ลอฟท์ แอนด์ วินเทจ สไตล์
คู่ที่ 3 เวลา 17.30 น. เกษมบัณฑิต เอฟซี พบ ปากเกร็ด ดี สปอร์ต

Related News

Facebook Comment