newsFutsal Thaileague

“ฉลามพลังเพลิง” พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี The Beating Blues ปฏิบัติการล่าแชมป์คืน

.

สโมสรฟุตซอล พีทีที ชลบุรี บลูเวฟ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2539 และ เข้าร่วมการแข่งขัน ไทยแลนด์ฟุตซอลลีก ฤดูกาลแรกในปี พ.ศ.2549 สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศได้ 2 สมัย ในปี พ.ศ.2549 และ พ.ศ.2552 จากนั้นมีการโอนนักเตะ และ สิทธิ์การทำทีมทั้งหมดไปให้กับสโมสรฟุตซอล ธอส.อาร์แบค แทน และ สามารถคว้าแชมป์ไปได้อีก 3 สมัย คือในปี พ.ศ.2553, พ.ศ.2554 และ พ.ศ.2555
ต่อมาได้มีการกลับมาคุมทีมอีกครั้ง ภายใต้การควบคุมของ สมาคมกีฬาจังหวัดชลบุรี และ สโมสรฟุตบอล ชลบุรี ภายใต้ชื่อว่า สโมสรฟุตซอล ชลบุรี ธอส. อาร์แบค ก่อนที่สุดท้าย จะเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเก่า คือ ชลบุรี บลูเวฟ
ในปี พ.ศ.2556 ชลบุรี บลูเวฟ กลายเป็นสโมสรแรกในประเทศไทย ที่สามารถคว้าแชมป์รายการ ฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ได้สำเร็จ ด้วยการดวลจุดโทษชนะ กิติ ปาซาน แชมป์เก่าเมื่อปี 2555 จากอิหร่าน ไปได้ 5-2 หลังเสมอในเวลาปกติ 1-1
ในปี พ.ศ. 2559 คณะกรรมการสโมสร มีมติแต่งตั้ง ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ขึ้นเป็นประธานสโมสร
ในปี พ.ศ. 2560 บริษัท ป.ต.ท. จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักของสโมสร พร้อมกับเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น สโมสรฟุตซอล พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี และ สามารถคว้าแชมป์ ฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย สมัยที่ 2 ของสโมสร ภายหลังเอาชนะ กิติ ปาร์ซาน จากประเทศอิหร่าน 3-2
นี่คือยอดทีมโต๊ะเล็กที่ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย จาก ฟุตซอลลีกที่แข่งกันมา 12 ครั้ง พวกเขากวาดแชมป์ไปถึง 9 สมัย ขณะเดียวกัน ก็ยังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้อีก 5 สมัย แชมป์สโมสรเอเชีย 2 สมัย และ แชมป์สโมสรอาเซียน 1 สมัย
แต่การพลาดแชมป์ลีกไปใน 2 ปีหลัง ทำให้ทีมต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันใหม่ในฤดูกาลนี้ ทั้งส่วนของ เฮดโค้ช และ ผู้เล่น ที่ผสมทั้งชุดหลัก ดาวรุ่ง และ แข้งต่างชาติ เพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียว นั่นคือ ไล่ล่าแชมป์กลับคืนมา
ผลงานในลีก
ปี 2006 แชมป์
ปี 2007 รองแชมป์
ปี 2009 แชมป์
ปี 2010 แชมป์
ปี 2011 แชมป์
ปี 2012 แชมป์
ปี 2014 แชมป์
ปี 2015 แชมป์
ปี 2016 แชมป์
ปี 2017 แชมป์
ปี 2018 รองแชมป์
ปี 2019 รองแชมป์
ความพร้อมของทีม
หลังจากการพลาดแชมป์ลีกไปถึง 2 ฤดูกาลติด ทำให้ปีนี้ “ฉลามพลังเพลิง” มีการปรับทัพอีกครั้ง เริ่มจากเฮดโค้ชที่ตัดสินใจดึงเอา คาร์ลอส ซีซาร์ นูเนซ กาโก้ ชาวสเปนเข้ามาแทนที่ “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาม ซึ่งงานแรกก็ประเดิมได้ดี กับการนำทัพบุกไปคว้าแชมป์รายการ 4 เส้า ที่รัฐปาหัง ประเทศ มาเลเซีย เมื่อช่วงต้นปี
ส่วนทางด้านผู้เล่น ถือเป็นอีกปีที่มีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังพอสมควร เริ่มจากหมดสัญญากับ 2 แข้งบราซิลอย่าง ซาป้า และ ติเอโก้ เซลบาซ ที่เป็นแกนให้ทีมมาตลอด ช่วงแรกก็ได้นำ วิคเตอร์ เฟร์นานโด ดอส ซานโตส แคมโปส และ ฟรานเชสโก้ เปไรร่า จูเนียร์ มาแทนที่ แต่ก็มีการยกเลิกสัญญาไป และ เปลี่ยนมาเป็น มาคัส วินิซิอุส หรือ กาว่า กับ ติเอโก้ โมร่า อดีตแข้ง เกษมบัณฑิต เอฟซี แทน
ขณะเดียวกัน ปีนี้ก็ได้ยอมปล่อย “พ่อมดฟุตซอลอย่าง” ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ที่จะไปค้าแข้งกับ นาโงย่า โอเชียนส์ ที่ญี่ปุ่น แต่ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ก็มีแผนในการดึง “เจ้าเหม็ด” มูฮัมหมัด อุสมานมูซา มาทดแทนไว้แล้ว รวมทั้งดึง พีรพัฒน์ แก้ววิลัย กลับมาจากสเปนอีกรายด้วย ก็ถือว่า ในส่วนของเกมรุกยังน่ากลัวอยู่
เมื่อรวมกับผู้เล่นชุดเดิม ที่ล้วนดีกรีระดับทีมชาติไทย ก็ทำให้ “ฉลามพลังเพลิง” ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง
ขุมกำลังหลัก
แม้ว่าทีมจะปรับในส่วนของแข้งต่างชาติใหม่ รวมทั้งไม่มี “อาร์ม” ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ช่วยทีมในปีนี้ แต่ว่า ส่องขุมกำลังแล้ว ก็แข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะการได้ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ดาวยิงคลื่นลูกใหม่จาก แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี เข้ามา ก็ทำให้ทีมดุดันขึ้นมาก รวมกับ พีรพัฒน์ แก้ววิลัย ที่ก็ได้ประสบการณ์จากลีกสเปน และ ถือเป็นดาวยิงที่อันตรายอีกคนของเมืองไทย รวมกับแกนหลักทั้ง กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ, รณชัย จูงวงษ์สุข, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน, วรุฒ หวังสะมาแอล ที่อยู่กันพร้อมหน้า ก็ต้องถือว่า “ฉลามพลังเพลิง” พร้อมแล้วที่จะทวงบัลลังก์แชมป์คืน
เป้าหมาย
ทัพ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ปีนี้เปิดตัวภายใต้ธีม “The Beating Blues” เพื่อให้ความสอดคล้อง กับการเปลี่ยนแปลงภายในทีม และ พลังของกลุ่มนักเตะสายเลือดใหม่ ที่พร้อมแล้ว ที่จะก้าวเข้ามาเป็นขุมกำลังหลัก สร้างความแข็งแกร่ง เดินหน้าไล่ล่า และ สานต่อความสำเร็จของสโมสรต่อไป
โดย “ประธานแปม” ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริรวรรณ เผยว่า “จากปีที่แล้ว และ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็น นิมิตรหมายอันดี ที่เราสามารถคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ และ แชมป์ SAS International Cup ที่ มาเลเซีย มาครองได้ นั่นทำให้เรามีขวัญ และ กำลังใจที่ดี และ เพิ่มความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่ต้องจะคว้าแชมป์ลีกให้ได้ ปีนี้ เรามีผู้เล่น 19 คน ที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ เป็นกลุ่ม ผู้เล่นดาวรุ่ง ผู้เล่นหลัก และ ผู้เล่นต่างชาติ ซึ่งจะเป็นการผสมผสานที่ลงตัว ทำให้ทีมมีความแข็งแกร่ง และ นั่นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมาย ที่เราคาดหวังในการแข่งขันทุกๆรายการ”
“นอกเหนือจากการทวงแชมป์ลีก ที่พลาดไป 2 ปีติดต่อกัน กลับคืนมาให้ได้แล้ว เรายังมุ่งมั่นในเป้าหมาย ที่ต้องการจะเดินหน้าพัฒนาสโมสร ไปสู่การเป็นทีมแถวหน้าในระดับนานาชาติต่อไป”
รายชื่อนักเตะในฤดูกาลนี้
ผู้รักษาประตู : ภัคพล ไชยคำนวน, วทัญญู ศิริรัตนพันธ์, อรุษ เส็นบัตร, คฑาวุธ หาญคำภา
ผู้เล่น : รณชัย จูงวงษ์สุข, ศุภกร บวรรัชฏากุล, กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, วรุฒ หวังสะมาแอล, มูฮัมหมัด อุสมานมูซา, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน, ศุภกร สังอ้ม, ปาณัสม์ กิตติภานุวงศ์, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ, พีรพัฒน์ แก้ววิลัย, ธนาตุล ธาดาวิโรจน์, กฤษณ์ อรัญสัญญาลักษณ์, Marcus Vinicius Canalla Gava, Thiago Mora De Oliveira
ผู้บริหารทีม
ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสร
ธัญชภัสส์ เบ็ญจศิริวรรณ รองประธานสโมสร
BENJAMIN JUNG TUFFNELL ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค
เทอดธรรม ชาวไร่ ผู้จัดการทีม
CARLOS CESAR NUNEZ GAGO หัวหน้าผู้ฝึกสอน
ภัฎ ศรีวิจิตร ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน
อนุชา มั่นเจริญ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน
ALEXANDRE ANHOLETO เจ้าหน้าที่ทีม
ภาณุวิชญ์ ห่อวงศ์สกุล เจ้าหน้าที่ทีม
คมสัน แสงทอง เจ้าหน้าที่ทีม
จตุพล มาตา เจ้าหน้าที่ทีม
ณัฐวุฒิ ข่อยแก้ว ฝ่ายมีเดีย / กราฟฟิค
ศัลยวิทย์ รัตนบุรานนท์ ฝ่ายมีเดีย / ช่างภาพ

Related News

Facebook Comment