newsFutsal Thaileague

ส่องผลงานปี 2020 ทีมไหนถึงเป้าหมายกันบ้าง ?

.

 

 
ฟุตซอลไทยลีก 2020 แม้จะเจอวิกฤตจากพิษโควิด-19 จนทำให้ต้องปรับมาเตะกันที่สนามกลาง แต่ทว่า ทั้ง 14 สโมสร ก็ดูจริงจัง และ ต่างทุ่มเทสรรพกำลังเข้าห้ำหั่นกันเต็มที่ ตามเป้าหมายที่แตกต่างกันไป
หลังปิดซีซั่น ก็มาเช็กกันว่า ทีมไหนสมหวังเข้าเป้าหมายตามจุดประสงค์กันบ้าง และ ทีมไหนที่พลาดเป้าไป
“ฉลามพลังเพลิง” พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี
หลังพลาดแชมป์ไป 2 ปีติด ฤดูกาล 2020 ถือเป็นปีที่ทัพ “ฉลามพลังเพลิง” มีการปรับทีมกันพอสมควร ยึดโยงด้วยแข้งระดับพระกาฬดีกรีทีมชาติที่ยังเป็นแกนหลัก ผสมกับดาวรุ่งคลื่นลูกใหม่ที่ถูกดันขึ้นมาผสม และปรับตัวต่างชาติใหม่ด้วย ที่สำคัญยังปรับไปถึงเฮดโค้ชที่คาร์ลอส เซซาร์ ชาวสเปนมาเข้ามาทำทีม แม้การขาดหายไปของ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง แต่ก็ได้ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา มาแทนที่ พวกเขาวางเป้ากระชากแชมป์คืนสถานเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น ซึ่งผลงานของ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ก็ร้อนแรงนับจากออกสตาร์ท ฤดูกาลนี้พวกเขาแพ้เพียง 2 เกมเท่านั้น ไปสะดุดเสมอ 1 นัด นอกนั้นคว้าชัยได้หมด จนขึ้นแท่นคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ
ผลงาน – เป็นไปตามเป้าหมาย
..............................
“สิงห์คลองเตย” การท่าเรือ เอเอสเอ็ม
เจ้าของแชมป์ 2 ปีติด ยังมีเป้าหมายเดิมคือป้องกันอีกสมัย ด้วยคุณภาพนักเตะที่ตัวเก่าอยู่กันครบ และเสริมตัวใหม่ที่ส่วนใหญ่ก็มีดีกรี และฝีเท้าไม่ธรรมดา อีกทั้งยังได้คู่หูแซมบ้า มาร์กอส กับ ไรอัน โกเมส เป็นแกนหลักด้วย แต่หลังจากที่เกมเปิดฉาก การท่าเรือ ประสบปัญหาที่ปวดหัวใจ บรรดาแข้งหลักต่างทยอยเจ็บทีละรายสองราย เริ่มจาก สรศักดิ์ พูนจังหรีด ตามด้วย อนันตชัย ปราบวงษา,ธนากูล วิเชียรกุล,พรมงคล ศรีทรัพย์แสง และ วัชระ ลัยศรี ทำให้ฟอร์มของทีมโดยรวมดร็อปลงไป หลายเกมพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะไปเสมอถึง 4 นัด และแพ้ถึง 3 นัด สุดท้ายจึงป้องกันแชมป์ไม่ได้ จบที่อันดับสอง
ผลงาน – พลาดเป้าหมาย
..............................
“อินทรีสีส้ม” แคท เอฟซี
น้องใหม่ที่กลับขึ้นมาสู่ฟุตซอลไทยลีกอีกครั้ง พุ่งเป้าไปที่การจบอันดับเลขตัวเดียว พวกเขาดูจะมั่นใจว่ายังไงไม่ตกชั้นแน่ เรียกว่าขึ้นมาคราวนี้หวังถึงอันดับดีที่สุด และพวกเขาก็สร้างเซอร์ไพรส์ชนิดหักปากกาเซียน เมื่อออกสตาร์ทก็ร้อนแรง ทีมติดท็อปโฟร์มาตลอด ด้วยผลงานสุดตะลึงจาก 2 ผู้เล่นบราซิล เปลินญ่า และ อราซ่า ที่กลายเป็นแกนหลักทำให้ทีมแข็งแกร่ง ไม่ว่าเกมรับ หรือเกมรุก ที่เด็ดขาด ขณะที่แข้งไทย ต่างทำผลงานที่เรียกว่าเกินฝีเท้าทุกคน โดยเฉพาะกัปตันทีม ภานุพงศ์ หินนอก ที่ถือเป็นปียอดเยี่ยมของเขาเลยทีเดียว จนทำให้ทีมจบอันดับ 3 ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ผลงาน – เกินเป้าหมาย
..............................
“เทพพระชัย” ห้องเย็นท่าข้าม
เป็นปีที่ ห้องเย็นท่าข้าม ทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ด้วยการดึง “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม เข้ามาคุม มีการดึงแข้งฝีเท้าดีมาเสริมอีกจำนนวนมาก แต่ช่วงเลกแรกตัวต่างชาติ ฮวน คาร์ลอส กับ ดิเอโก้ เซซาร์ ดูจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ จึงปรับใหม่เลกสองด้วยการดึงเอา คลีตัน อันตูเนส กับ เคโอดอน เนโต้ เข้ามา ทำให้ทีมแกร่งขึ้น กระนั้นจากการพลาดไปหลายๆเกม ทำแต้มเสียหายไปเยอะ จากที่หวังติดท็อปทรี จบเพียงอันดับ 4 เท่านั้น
ผลงาน- พลาดเป้า
..............................
“อัศวินเมืองหลวง” แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี
อีกหนึ่งทีมใหญ่ที่หวังลุ้นท็อปทรีให้ได้ ถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีช่วงต้นๆ แต่เลกสองสถานการณ์ดูจะแผ่วไป พวกเขาพยายามเร่งช่วงท้าย ก็ทำไม่สำเร็จ ไม่อาจรักษาฟอร์มได้ตลอดรอดฝั่ง จบเพียงอันดับ 5
ผลงาน - ไปไม่ถึงเป้า
..............................
“ตะหานน้ำ” ราชนาวี
ก่อนเปิดฤดูกาล ราชนาวี มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ทำให้ไม่อาจจ้าง ยูตะ แข้งชาวญี่ปุ่นได้ รวมถึงตัวนอกราชการที่หวังจะดึงมาช่วยก็ไม่มีงบจ้าง ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นทีมขนาดเล็กมีรายชื่อส่งเข้าแข่งเพียง 18 ราย ตัวหลักจะว่าไปก็มีเพียงชุดแรกชุดเดียว ที่เหลือคือดาวรุ่งที่คอยลงไปช่วยพี่ๆเท่านั้น กระนั้น “ตะหานน้ำ” กลับเป็นทีมที่เล่นได้แข็งแกร่ง แม้จะขาด เจษฏา ชูเดช ไป แต่ต้องชมว่าทั้ง อิทธิชา ประภาพันธ์ และ วิภูษณะ เปี่ยมสวัสดิ์ คือ 2 คีร์แมนสำคัญที่ทำให้ทีมสร้างผลงานยอดเยี่ยม บวกกับความเหนียวเหนียวของนายด่าน พู่กานต์ โด่งดัง ที่ช่วยเซฟให้ทีมหลายต่อหลายนัด จากที่ตั้งเป้าขอแค่ไม่ตกชั้น แต่พวกเขาจบถึงอันดับ 6
ผลงาน – ทะลุเป้าหมาย
..............................
“ม้าศึกลูกแม่โดม” ธรรมศาสตร์ สแตลดลี่ยน
กลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองอย่างมาก สำหรับ ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน ที่ถือว่าเป็นเจ้าบุญทุ่มรายใหม่ของวงการฟุตซอลไทย เมื่อทางประธานสโมสรประกาศพร้อมเขย่าวงการด้วยการหวังจบหัวตารางให้ได้ แถมทุกนัดยังอัดฉีด 1 แสบนบาทด้วยถ้าคว้าชัยได้ แต่ด้วยศักยภาพของผู้เล่นที่ยังเน้นดาวรุ่ง มีต่างชาติอย่าง โตต้า เพียงรายเดียวที่ประคองทีม ผลงานของ “ม้าศึกลูกแม่โดม” ไม่ดีอย่างที่คิด เมื่อจบเลกแรกพวกเขาอยู่ในโซนหนีตกชั้น แต่ทีมก็แก้ลำด้วยการปรับต่างชาติใหม่ และการได้ ฟาบริซิโอ้ คาเนโร่ เข้ามาเสริม ก็ทำให้ทีมแกร่งขึ้นทันตาเห็น เลกสองเริ่มขยับดีขึ้นตามลำดับ จากที่หวังหัวตาราง ปรับมาขอไม่ตกชั้น สุดท้ายจบที่อันดับ 7
ผลงาน – ต่ำกว่าเป้า
..............................
“มังกรเทพ” บางกอก ซิตี้
มีการเสริมตัวแกร่งเข้ามาหลายรายในปีนี้ โดยเฉพาะตัวเก๋าที่มาจากรมทางหลวง ส่งผลให้ทางทีมมองเป้าหมายหวังลุ้นติดท็อปไฟว์เลยทีเดียว แต่พอจะเริ่มซีซั่น ก็มามีปัญหาแข้งเจ็บอย่าง เกียรติยศ แฉล้มเขตร์ ขณะที่ผลงานดูเหมือนตัวเก่า ตัวใหม่ยังปรับจูนไม่ได้ช่วงแรก พวกเขาแพ้อย่างไม่น่าแพ้หลายนัดด้วยกัน สุดท้ายก็ฮึดขึ้นมาใหม่ และจบที่อันดับ 8 เท่านั้น
ผลงาน – ไม่ถึงเป้า
..............................
“กุ้งสายฟ้า” สุราษฏร์ธานี
เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อไม่มี “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม คุมทัพ พร้อมตัวหลักอีกบางส่วน แถมก่อนจะเปิดซีซั่น เลโอซิน แข้งบราซิลที่เป็นขุมกำลังสำคัญมาเจ็บอีก นั่นทำให้เป้าหมายของทีมขอลุ้นที่จะจบเลขตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งผลงานไม่ถือว่าเปรี้ยงปร้าง จะมีก็แค่นัดแรกที่เปิดหัวเอาชนะ การท่าเรือ ได้ แต่นอกนั้นก็ดูจะทรงๆ จนทำให้ต้องปรับโค้ชใหม่จาก “มาสเซอร์เล็ก” ฑัตพงศ์ ธรรมรงค์รักษ์ มาเป็น “โค้ชหรั่ง” ประเสริฐ อินนุ้ย ในช่วงเลกสอง ซึ่งก็ประคองทีมจนจบอันดับ 9 ได้
ผลงาน – ตามเป้าหมาย
..............................
“เด็กร่มเกล้า” เกษมบัณฑิต เอฟซี
เกษมบัณฑิต เอฟซี ถือเป็นอีกปีที่ตัวผู้เล่นมีการปรับครั้งใหญ่ จากตัวหลักที่ออกไป จึงดันเอาดาวรุ่งขึ้นมา ผสมกับดึงตัวเก๋าอีกบางส่วนมาช่วย กระนั้นทางทีมก็หวังจะจบเลขตัวเดียวให้ได้ แต่ก็ฮึดไม่ขึ้น ผลงานดูจะไม่ดีนัก จนหล่นมาหนีตายช่วงท้ายๆ ยังดี ที่เอาตัวรอดมาได้ และจบที่อันดับ 10
ผลงาน – ต่ำกว่าเป้าหมาย
..............................
มอภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แข้งหนึ่งเดียวจากแดนอีสาน มอภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีนี้พวกเขาแทบจะไม่ได้ปรับทีม ตัวหลักอยู่กันครบ รวมถึง วิคเตอร์ อคาสซิโอ้ ดาวยิงของทีม และ เอลลิสัน บรังโก้ ด้วย นั่นทำให้พวกเขามั่นใจที่จะจบด้วยอันดับเลขตัวเดียวให้ได้ แต่จากการที่เลกสองมีตัวหลักหลายรายทยอยย้ายทีมไป และดันดาวรุ่งขึ้นมาทดแทน ซึ่งยังขาดประสบการณ์ จนทำให้ทีมอยู่ในโซนอันตราย ก่อนจะเอาตัวรอดและจบที่อันดับ 11
ผลงาน – ไม่ถึงเป้าหมาย
..............................
“ไอ้หนุ่มเมืองเพชร” ราชภัฏเพชรบุรี
น้องใหม่ที่ก้าวขึ้นมาพร้อมกับความหวังขอเพียงไม่ตกชั้นเป็นพอ เลกแรกได้เน้นพลังแข้งดาวรุ่งที่ร่วมกันคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในปีก่อนหน้านี้ โดยไม่มีต่างชาติมาช่วย ก็ทำให้ทีมจมบ๊วยมาตลอด ผ่านเลกแรกพวกเขามีเพียง 5 คะแนนเท่านั้น จนถูกมองว่าน่าจะไม่รอด เลกสองได้ตัดสินใจผ่าทีมใหม่ โดยได้แข้งจอมเก๋าจาก สิงห์ สมุทรสาคร มาช่วย และ 2 แข้งฝีเท้าดีอย่าง อันตูเนส กับ เนโต้ มาช่วย ทำให้ทีมยกระดับดีขึ้น แม้ตอนหลังจะเสีย 2 แข้งบราซิลนี้ไป แต่ทางทีมก็ได้อีก 2 ตัวใหม่มาช่วยคือ เปกีโน่ กับ คามาร์โก้ ก็พอช่วยให้ทีมเริ่มเก็บชัยชนะมากขึ้น จากอันดับบ๊วย เริ่มโกยแต้ม จนสุดท้ายจบอันดับ 12 รอดตายหวุดหวิด
ผลงาน – ตามเป้าหมาย
..............................
“สิงห์ มหาชัย” สิงห์ สมุทรสาคร เอฟซี
ทีมมีปัญหาจากปีที่แล้วในเรื่องของการจ่ายเงินนักเตะ และส่งผลมาถึงปีนี้ที่ก็ยังไม่อาจจ่ายได้ตามเวลา จนทำให้ “โค้ชเอก” วิศาล ไหมวิจิตร โบกมือลาออกไป และช่วงเลกสองทางนักเตะตัวหลัก8 รายก็ยกขบวนออกเช่นกัน แม้เลกแรกจะตุนคะแนนไว้พอสมควร แต่เลกสองที่มีเพียงแกนหลักไม่กี่ราย รวมทั้งทาง เวนเดล เมนเดส กับ ริคาร์โด้ จะพยายามช่วยทีมแค่ไหน ก็เจอกับความพ่ายแพ้ติดๆกัน แม้จะหวังแค่ไม่ตกชั้น แต่สุดท้ายทีมต้องตกชั้นจนได้ในรอบ 10 ปี ด้วยการจบอันดับ 13
ผลงาน – พลาดเป้าหมาย
..............................
“ก๊อตซิลล่าแดง” บีเคซี ปราจีนบุรี ไฮเวย์
อีกทีมที่มีการเปลี่ยนผู้บริหาร ด้วยการดึงเอาทีม กรมทางหลวง มาทำ และดูเหมือนมีปัญหาแต่แรกในเรื่องของตัวผู้เล่น ปีนี้เหลือแข้งหลักไม่กี่รายเท่านั้น แถมยังหาตัวนอกมาช่วยไม่ได้ จึงวางเป้าแค่ไม่ตกชั้นเท่านั้น แต่ผลงานพวกเขาย่ำแย่นับจากออกสตาร์ท จนสุดท้ายก็หล่นลงไปบ๊วย และจบที่อันดับ 14 ตกชั้นไป
ผลงาน – ต่ำกว่าเป้า

Related News

Facebook Comment