newsFutsal Thaileague

จากวันนั้น ถึงวันนี้ “ท็อป” คฑาวุธ หาญคำภา

.

ในบรรดาผู้รักษาประตูระดับท็อป ของ วงการฟุตซอล ย่อมมีชื่อของ คฑาวุธ หาญคำภา ติดในทำเนียบอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ความเหนียวหนึบในการป้องกันประตู ความแคล่วคล่องว่องไว การอ่านเกมที่เฉียบขาด สายตาที่รวดเร็ว ถือว่ามีส่วนในการช่วยให้ ทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จในหลาย ๆ เวที รวมถึง พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ในห้วง 8 ปีที่ผ่านมา
“ท็อป” เป็นเด็กนักกีฬาต่างจังหวัดทั่วไป ที่มีความฝัน และ เขาก็แบกฝันมาจากบ้านเกิด จ.ระนอง เพียงเพื่อขอให้มีที่เรียนหนังสือ จากวันนั้น เขามาไกลกว่าที่ฝันไว้มากทีเดียว
ถาม : อะไรที่ตัดสินใจให้ขึ้นจากระนอง?
ท็อป : ตอนนั้นผมเล่นฟุตบอล และฟุตซอล บ้างแล้ว เป็นผู้เล่นนะ ไม่ได้เป็นประตู แต่ก็พอเป็นได้ ถ้าไม่มีใคร อย่างสนามใหญ่ผมเล่นศูนย์หน้าเลย ตอนนั้นพอจะจบ ม.3 กีรุ่นพี่เขามาเรียนกันในกรุงเทพฯ ก็ชักชวนกัน เราก็อยากจะเดินตามรุ่นพี่ ก็ตัดสินใจเลย ขอให้มีที่เรียน และที่เล่นกีฬา ก็เลยได้เข้าที่ ศึกษานารี ช่วง ม.4
ถาม : เล่นฟุตซอลจริงจังแล้วหรือยัง?
ท็อป : ก็ยังนะ ยังเล่นฟุตบอลด้วย แต่เริ่มเป็นประตูมากขึ้น ทั้งสนามใหญ่และฟุตซอล แต่ตอนหลังตำแหน่งประตูมันเริ่มขาด เราก็มาเอาดีทางด้านนี้ ก็เล่นให้ศึกษาจนจบ ม.6 จึงสอบเข้าเป็นนักกีฬาโควตาที่ ม.รัตนบัณฑิต
ถาม: ตอนนั้นเหมือนจะได้เล่นฟุตซอลลีกเลย?
ท็อป : จริงๆ ทางแบงค็อก บีทีเอส เขาติดต่อผมมาแล้ว เขากำลังสร้างทีมใหม่ ก็เน้นดาวรุ่งมากขึ้น คือเขาไปเห็นผมเล่นเดินสายกับทีม คลีน คาร์แคร์ ก็ติดต่อมา แต่ผมอยากจะเรียนหนังสือปีแรกก่อน เพราะเข้าไปในนามโควตาของมหาวิทยาลัย จนขึ้นปี 2 ผมจึงเล่นลีกครั้งแรกกับ แบงค็อก ซึ่งมี โค้ชหรั่ง ประเสริฐ อินนุ้ย เข้ามาทำทีม เล่นปีหนึ่งก็เปลี่ยนมาเป็น โค้ชเอก วิศาล ไหมวิจิตร ผมเล่นให้แบงค็อก 3 ปี ก็ย้ายไปร่วมทีม พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี
ถาม : ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก?
ท็อป : ก็ยอมรับครับ ร่วมงานกับ บลูเวฟ ทำให้เรากล้าแกร่งขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น ได้แชมป์ลีก แชมป์เอฟเอ คัพ แชมป์เอเชีย ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆครับ
ถาม : เข้าสู่ทีมชาติอย่างที่ฝันไว้?
ท็อป : ครับดีใจมากตอนติดทีมชาติครั้งแรก ก็เป็นช่วงของ วิคเตอร์ เฮอร์มัน ได้มีติดทีมไปชิงแชมป์เอเชียที่เวียดนาม ก็ถือว่าเรายังใหม่ แต่ก็ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับมาพัฒนาตัวเราเอง
ถาม : กลายเป็นคู่หูกับ อ้วน คณิศร ภู่พันธ์ ที่มักจะเล่นทีมชาติร่วมกันบ่อย ๆ ?
ท็อป : จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ อ้วน นี่เราเรียนด้วยกัน ห้องเดียวกันที่ อาร์แบค ผมไปเล่นให้แบงค็อก อ้วน เล่นให้ห้องเย็นท่าข้าม พอผมย้ายไป บลูเวฟ อ้วน ก็ย้ายไปอยู่การท่าเรือ ติดทีมชาติ อ้วน เขาติดก่อนผม แต่ช่วงหลังก็เหมือนจะติดคู่กันมาตลอด
ถาม : ได้สัมผัสชิงแชมป์โลกปี 2016 รู้สึกอย่างไร?
ท็อป : ตื่นเต้นมากๆ มันเป็นรายการใหญ่ เราผ่านแต่ระดับเอเชีย แต่ผมก็พอใจกับผลงานนะครับ เราช่วยกันได้ดี จนเข้ารอบ 16 ทีมได้
ถาม : ฟุตซอลโลกครั้งนี้ ตั้งเป้าไว้อย่างไร?
ท็อป : ก็หวังจะติดทีมอีกครั้ง มันอาจเป็นครั้งสุดท้ายในการเล่นชิงแชมป์โลกแล้ว ซึ่งครั้งนี้ประสบการณ์ เรามีมากขึ้น เชื่อว่าผลงานจะออกมาดีกว่าคราวที่แล้ว ผมว่าทีมไทยเราสู้ได้หมด ขอแต่เต็มที่ ทุกคนช่วยกัน สมาธิในเกมนิ่งๆ ไม่ประมาท มั่นใจเราจะทำผลงานออกมาได้ดี ผมคาดหวังถึงรอบ 8 ทีม แต่ลึกๆ ก็อยากจะไปไกลกว่านั้นถึงรอบ 4 ทีม ถ้าทำได้จะเป็นอะไรที่สุดยอดมาก
ถาม : ปีนี้ย้ายกลับมาร่วมงานกับแบงค็อก บีทีเอส อีกครั้ง รู้สึกอย่างไร?
ท็อป : เหมือนเรากลับบ้านเดิม คือที่นี่เหมือนครอบครัวเราอยู่แล้ว ทุกคนในทีมก็ล้วนแต่เริ่มเล่นมาด้วยกันในสมัยก่อน ทุกคนคุ้นเคยกันดี ทำให้บรรยากาศอบอุ่น ก็หวังจะช่วยทีมเต็มที่ และมีเป้าหมายที่ติดท็อปทรีของตารางครับ
ถาม : วางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร?
ท็อป : หลังจากรีไทร์ตัวเองแล้ว ผมวางเป้าหมายสมัครเข้ารับราชการทหารบกครับ ที่ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี ผมเคยเป็นทหารเกณฑ์ที่นี่มา 2 ปี ก็อยากจะกลับมารับราชการอีกที่นี่ โดยเวลานี้ผมก็ช่วยเป็นโค้ชประตูให้กับทีมไทยอาร์มี่ ของโค้ชโชคดี คะเณเร็ว อยู่ด้วย เดินทางไปๆมาๆตลอด ก็คิดว่าจะขอเข้ารับราชการทหารบก และช่วยงานฟุตซอลของกองทัพต่อไป

Related News

Facebook Comment